Article Detail ปีที่ 7 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม - ธันวาคม 2568)

การศึกษาพฤติกรรมการป้องกันตนเองไม่ให้ตกเป็นเหยื่อการกระทำความผิดเกี่ยวกับ การประทุษร้ายต่อทรัพย์ของประชาชน อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม

[A Study of Self-Defense Behaviors to Prevent Property Crime Victimization of the People in Muang District, Nakhon Pathom Province]
July-December 2025
กชมน จีนรัตน์ และ โสรัตน์ กลับวิลา
การศึกษาพฤติกรรมการป้องกันตนเองไม่ให้ตกเป็นเหยื่อการกระทำความผิดเกี่ยวกับ การประทุษร้ายต่อทรัพย์ของประชาชน อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม
[A Study of Self-Defense Behaviors to Prevent Property Crime Victimization of the People in Muang District, Nakhon Pathom Province]

กชมน จีนรัตน์
คณะสังคมศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ (ผู้ประพันธ์บรรณกิจ)
Kodchamon Jeenrat
Faculty of Social Sciences, Royal Police Cadet Academy (Corresponding author)

โสรัตน์ กลับวิลา
คณะสังคมศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ
Soratn Glubwila
Faculty of Social Sciences, Royal Police Cadet Academy

บทคัดย่อ
อาชญากรรมที่เกี่ยวกับทรัพย์สิน ส่งผลกระทบให้เกิดปัญหาทางด้านสังคม และเศรษฐกิจ ซึ่งการวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับพฤติกรรมในการป้องกันตนเองไม่ให้ตกเป็นเหยื่อการกระทำความผิดเกี่ยวกับการประทุษร้ายต่อทรัพย์ของประชาชน อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม และ 2) ศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับระดับพฤติกรรมดังกล่าว โดยการศึกษานี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ ใช้กลุ่มตัวอย่าง เป็นประชาชนอำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม จำนวน 400 คน ใช้สหสัมพันธ์อย่างง่ายในการทดสอบสมมติฐาน ผลการศึกษาพบว่า ประชาชนมีพฤติกรรมในการป้องกันตนเองไม่ให้ตกเป็นเหยื่อการกระทำความผิดเกี่ยวกับ การประทุษร้ายต่อทรัพย์ในระดับมากที่สุด คือ ก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง ท่านจะตรวจสอบให้แน่ใจว่า ปิดประตู – หน้าต่างเรียบร้อย และผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า 1) ปัจจัยส่วนบุคคล ทั้งเพศ อายุ ระดับการศึกษา สถานภาพ รายได้ และอาชีพไม่มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกับพฤติกรรมการป้องกันตนเองไม่ให้ตกเป็นเหยื่อการกระทำความผิดเกี่ยวกับการประทุษร้ายต่อทรัพย์ และ 2) ปัจจัยสภาพแวดล้อม ทั้ง 4 ด้าน ประกอบด้วย ด้านการใช้กฎหมาย สภาพแวดล้อมชุมชน สภาพแวดล้อมครอบครัว และด้านความเข้มแข็งของชุมชน และภาพรวมมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับระดับพฤติกรรมการป้องกันตนเองไม่ให้ตกเป็นเหยื่อการกระทำความผิดเกี่ยวกับการประทุษร้ายต่อทรัพย์ของประชาชนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ สำหรับข้อเสนอแนะที่สำคัญประกอบด้วย การให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและชุมชนร่วมกันจัดการสภาพแวดล้อม ในชุมชนให้สามารถเพิ่มความปลอดภัยให้มากขึ้น และการส่งเสริมกิจกรรมการประชาสัมพันธ์และให้ความรู้ในการป้องกันกระทำความผิดเกี่ยวกับการประทุษร้ายต่อทรัพย์กับประชาชน

คำสำคัญ: พฤติกรรมการป้องกันตนเอง, การประทุษร้ายต่อทรัพย์, เหยื่ออาชญากรรม

Abstract
This research intends to analyse the impact of property-related crimes on social and economic concerns. 1) Examine the level of self-protection to avoid becoming a victim of crimes that include violence against people's property in Mueang District, Nakhon Pathom Province.2) Examine various factors that impact the level of behavior. This is quantitative research that will test the hypothesis with 400 participants from Mueang District, Nakhon Pathom Province. The research revealed that people will defend themselves when they are victims of crimes. The essential component of property is to ensure that all doors and windows are completely closed before leaving. The hypothesis testing discovered that: 1) personal factors such as gender, age, education level, status, money, and occupation were not significantly associated with defending themselves from becoming victims of property violence. 2) Environmental factors in all 4 areas, consisting of the use of laws, the community environment, the family environment, the strength of the community, and overall. There is a positive relationship with the level of protecting oneself from being a victim of crimes related to property violence that is statistically significant. Important suggests include having police officers and the community work together to manage the environment in the community to promote safety, increasing public relations initiatives, and educating people on the prevention of property offences.

Keywords: Self-defense behavior, Property crime, Crime victim

รายการอ้างอิง
กัลยา วานิชย์บัญชา. (2557). การใช้ SPSS for windows ในการวิเคราะห์ข้อมูล (พิมพ์ครั้งที่ 14).
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ฉัตรกลุ พงษ์ธรรม. (2556). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพย์. สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.
ธเนศ เกษศิลป์. (2560). การพัฒนาต้นแบบการจัดสภาพแวดล้อมร่วมกับชุมชนเพื่อลดความเสี่ยงการเกิดอาชญากรรมในพื้นที่สถานศึกษา: กรณีศึกษาในพื้นที่มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตศาลายา. กรุงเทพฯ: สถาบันพระปกเกล้า.
สุนิสา อินอุทัย. (2557). การป้องกันตนเองไม่ให้ตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมของประชาชนในเขตพื้นที่ ตำบลแสนสุข อำเภอเมืองชลบุรี. ชลบุรี: มหาวิทยาลัยบูรพา.
สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2566). แผนพัฒนาจังหวัดนครปฐม พ.ศ. 2566 - 2570 (ฉบับทบทวน) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567. https://www.nakhonpathom.go.th/files/com_news_develop_ plan/2023-03_d94a02eb72f45bd.pdf.
อภิญญา ม่วงขาว. (2563). การป้องกันตนเองเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมเกี่ยวกับทรัพย์: กรณีศึกษา
ในเขตพื้นที่ตำบลท่าถ่าน อำเภอพนมสารคาม ฉะเชิงเทรา. วารสารวารสารรัฐศาสตร์และการจัดการสังคม 2(1), 18 – 25.
อาริษา พันธ์เอี่ยม และ ติญทรรศน์ ประทีบพรณรงค์. (2563). การป้องกันตนเองไม่ให้ตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมของนักท่องเที่ยวต่างชาติ กรณีศึกษา นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางมาเที่ยว ถนนข้าวสาร กรุงเทพฯ, กรุงเทพ: สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.
Cohen, L.E., & Felson, M. (1 9 7 9 ) . Social change and crime rate trends: A routine activities approach. American Sociological Review, 46, 505-524.
Cornish, D.B., & Clarke, R.V.G. (1987). The Reasoning Criminal: Rational Choice Perspectives on Offending. New York: Springer-Verlag.
Decreuse, B., Mongrain, S., & Van Ypersele, T. (2018). Property Crime and Private Protection
in Cities. CEPR Discussion Paper 10707, CEPR.
Kantee, P. , Peetaleenaboot, T. and Wattanaboon, A. (2000). Criminology Theory and Research. Bangkok: Booknet.
Krienert, J. L., Walsh, J. A., & Acquaviva, B. L. (2018). Thin slicing our way to self-protection: Stereotypical reality and the perception of criminal type. Applied Psychology in Criminal Justice, 14(2).
Quinney, R., & Shelden, R. G. (2018). Critique of the legal order: Crime control in capitalist society. Routledge.